สมัยนี้ ถ้าเดินเข้าไปถามใครๆ "พี่ๆ รู้จัก BB กะ iphone ป่าว?"
เค้าคนนั้น คงตอบเรากลับมาว่า "อ้อ ที่เป็นโทรศัพท์มือถืออะนะ"
ถูกแล้วคะ ไม่มีใครไม่รู้จัก smart phone 2 แบรนด์นี้
 
"BlackBerry" หรือที่เราเรียกกันจนติดปาก ได้ยินจนติดหูว่า "BB"
ทำให้ "มนุษย์กลายเป็นสัตว์สังคม" ที่ติดต่อกันง่ายขึ้น 
แค่เพียงปลายนิ้วหัวแม่มือจิ้มที่คีย์บอร์ดอันเล็กประติ๋ว 
นั่งกดๆ จิ้มๆ คุยกันจนติดกันงอมแงม 

การสื่อสารผ่านทางตัวอักษร ทำให้น้องท่อนึกถึง"สมัยประวัติศาสตร์"
"เฮ้ย ถ้าไม่มีตัวอักษร แล้วจะมีBBมั้ยวะ?" นั่นคือคำถามที่น้องท่อนั่งง่วนคิดอยู่นาน
แต่คำตอบมันก็อยู่ในตัว "ถ้ามนุษย์ไม่ประดิษฐ์ตัวอักษร BBก็คงไม่มีอะแหละ"

และสิ่งที่ทำให้น้องท่อนึกถึงก็คือ "มันคือ MSN หิ้วได้ดีๆนี่เอง"
เวลาน้องท่อเห็นคนนั่งกดBB ทำให้นึกถึงตอนสมัยสาวๆที่เล่นMSN
นั่งพิมพ์ๆ จิ้มคีย์บอร์ด ต๊อก แต๊กๆ เปลี่ยนdisplay nameให้แปลกๆ
เปลี่ยนรูปdisplayอีก บางคนก็เปลี่ยนfontให้ดูแปลกอีก
ในMSNเวลามีคนทักเราเข้ามา เสียง "ตือ ดือ ดึ๊ง" เหมือนกับในBBเลยคะ
เวลามีคนเ้ข้ามาคุย มันก็จะส่งเสียง "ตู ลิ๊ง " (อาจจะฟังดูแปลก)

มีเพื่อนเล่าให้ฟังว่า มีอาจารย์กวดวิชาคนนึง เวลามีเสียงBBบ่อยๆ
อาจารย์บ่นว่า "ใครมาเล่นระนาดในห้องเรียนเนี่ย" (เออ เสียงมันเหมือนระนาดเลยแหะ)
และมีการเขย่าจอกันอีก! คงไม่แปลกที่จะเรียกBBว่า "MSN หิ้วได้"
และเรียกพวกที่ addict จนเกินไปว่า "พวกติดแชท"
น้องท่อประมาณการเองไปว่า "พวกที่ติด MSN คงลามมาติด BBอีก"
เวลาเห็นกดBB ทำให้น้องท่อนึกถึง "ของเล่นสมัยก่อน" ที่เป็นเกมส์กดๆ
ข้างในบรรจุด้วยน้ำ มีปุ่มไม่กี่ปุ่มกดๆ ปั๊มน้ำให้ห่วงเข้าไปอยู่ในแท่งที่คล้ายๆเข็มหมุด

พูดถึงBBคงทำให้ไม่เปลืองค่าโทรศัพท์(อันนี้ก็จริง)
และทำให้"มนุษย์เป็นใบ้" คุยกันผ่านตัวอักษรตลอด
น้องท่อสังเกตคนมีBB จะมีstepดังนี้
1. ล้วงไปในกระเป๋ากางเกง
2. หยิบไอ้เจ้าBBขึ้นมา
3. เลื่อนtrackball(พวกใช้รุ่นเปิดตัว2009) หรือ trackpad(พวกใช้รุ่นเปิดตัว2010
แต่เห็นบางรุ่นใน2009มีแล้ว)หาBBM
4. แล้วก็กระหน่ำกดๆ จิ้มๆ คุยกันบลาๆ

ทำให้คนรอบข้างเกรงนิดนึง คือเหมือนเค้ากำลังคุยโทรศัพท์อยู่ อย่าไปรบกวนเค้า
และทำให้ "ภาษาไทยเสื่อม" 
นี่คือบทสนทนาจริง อาจมีการตัดต่อ ดัดแปลงเล็กน้อยเพื่อความเหมาะสม
ก : อยุ่ไหนแย้ว
ข : จาตุจาก คนเยอะว้าก
ก : ได้ไรมาม้าง
ข : ม่ายได้ไร 
ข : มาเดินเฉยๆ
ข : ตอนนี้อยุ่เอดพานาด
ก : ไปทำไรกันวุ
ข : มาเล่นไอสเกต
ข : หนุกว๊าก
ก : อยากปายๆงะ  
นี่คือตัวอย่างการสนทนาบนBB เห็นได้ชัดเจน "ภาษาไทยเสื่อม"
มีการตัดทอนคำ เขียนผิดๆถูกๆ ใช้ไทยคำอังกฤษคำ ฯลฯ
แต่น้องท่อก็ไม่โทษBBหรอกคะ ที่ทำให้ "ภาษาไทยเสื่อม"
เสื่อมจนหาที่มาที่ไปไม่ได้แล้วคะ
 
มาพูดถึง "iphone" กันบ้าง  ถ้าได้ยินคำว่า"ไอโฟน"
คงต้องนึกถึง "application" และ "touch screen"
appของiphone ก็มีหลากหลาย มีทั้งฟรีและไม่ฟรี ไม่ฟรีก็จ่ายตังค์ก็ได้ตัวเต็มแล้ว
และตัวฟรีบางอัน มีทดลองให้เล่น อยากได้ตัวเต็มก็เสียตังค์หน่อย
มีหลายประเภทการใช้งานด้วย ทั้งการศึกษา เกมส์ ข่าว ฯลฯ 
นี่แหละจุดขายของเค้าแหละ การใช้งานก็แสนง่ายดาย นิ้วแตะที่หน้าจอก็ได้แล้ว
iphoneก็มีเพื่อนๆเค้าที่มาจากค่าย apple ด้วยกัน ipad ipod Mac
แถมยังมีโปรแกรมเฉาะค่าย อย่าง itunes ช่างไฮโซอะไรเช่นนี้
ขายได้ทั้งค่าย จนเรียกตังค์ออกมาจากกระเป๋าพวกสาวกค่ายappleได้ง่ายดาย
แต่จุดอ่อนของiphone(ในความคิดของน้องท่อ)นั้น มันอยู่ที่ "แบตเตอรี่" คะ
เล่นไปแปบนึง ก็จะหมดอีกแล้ว อ้าวเป็นว่าต้องชาร์ตอีกรอบ
และเป็นแบตเตอรี่ที่เสื่อมแล้ว แกออกมาเปลี่ยนไม่ได้ ถ้าอย่างนี้ก็ต้องเคลมทั้งเครื่องเลย
มีครั้งนึง น้องท่อเคยไปสอบที่เค้าห้ามเอาโทรศัพท์เข้าห้องสอบ
เข้าก็นำเข้าได้คะ แต่ต้องถอดแบต ปิดเครื่อง ใส่ถุง แล้ววางบนโต๊ะกรรมการ
น้องท่อเคยถามเพื่อนคนที่ใช้iphone ตอนสอบทำยังไง?
เพื่อนตอบว่า ปิดเครื่องแล้ววางไว้นอกห้อง
ของดีๆ มันลำบากตอนนี้นี่เองแหละน๊า
 
โฟ่ถึงBB กับ iphone มาแยะแล้ว มาเข้าเรื่องความสัมพันธ์ของ2คนนี้ดีกว่า
ผ่านมาไม่กี่สัปดาห์นี้ น้องท่อได้อะไรดีๆจากเจ้า2คนนี้
ได้ไปใช้bkk lifeมา น้องท่อก็ขึ้นmrtไปหาเพื่อน 
จากจุดเริ่มต้นไปหาเพื่อนมันก็ระยะทางไกลพอสมควร
ในระหว่างนั้นเอง มีมนุษย์เพศชายร่างใหญ่
สวมกางเกงขายาวสีดำ เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน สะพายกระเป๋าสีดำใบเล็กๆ
ใส่แว่นสายตากรอบใหญ่สีดำ ทรงผมไม่ตามกระแส
ท่าทางเหมือนพวกทำงานเชิงธุรกิจประมาณนั้น
วันนั้นคนไม่เยอะเท่าไหร่ ทำให้มีที่นั่งเหลือ
เขาเดินมานั่งข้างๆน้องท่อ ในระหว่างนั้นก็นั่งปกติ
เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบเจ้าเครื่องอะไรสักอย่างออกมา
แล้วเขาก็แปลงร่างเป็น "มนุษย์ใบ้" นั่งกดBBแต๊กๆ
อีกไม่นานมีโทรศัพท์เข้าอีก ครั้งนี้เสียงเรียกเข้าเป็นท่อนฮุคของเพลง "fuck you"
ทำให้คนแถวนั้นหันมามองเข้านิดนึง แต่เข้าก็ไม่สนใจ รีบรับโทรศัพท์ตามปกติ
เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงอีกข้าง คราวนี้เป็นiphone 
เขาก็สื่อสารกับคนปลายสายเป็นตัวเลขอีกแล้ว 
แต่ครั้งนี้ เข้าบอกกับคนปลายสายว่า "พี่แปบนึง ผมจำตัวเลขไม่ได้ แปบนึงนะ"
เขาใช้ไหล่หนีบโทรศัพท์แทน มือที่เขาใช้ถือโทรศัพท์เมื่อกี้ค่อยๆสาวกระเป๋าสะพาย
แล้วใช้มือ2ข้างเปิดกระเป๋า หยิบipadออกมา
แล้วเขาก็จิ้มๆกดๆบนipad จนหยุดที่อะไรสักอย่าง
แล้วเขาก็บอกทางปลายสายว่าตัวเลขที่เขาจำไม่ได้คืออะไร
เขาก็คุยหยอกล้อกับคนปลายสายสักพัก แล้วก็ร่ำลาวางสาย
จากนั้นไม่นานพอถึงสถานีที่หมายของเขา เขาก็ลงจากรถไฟฟ้าไป
ปล่อยให้น้องท่อเกิดคำถามขึ้นมาว่า "ใช้โทรศัพท์ทำไมหลายเครื่องวะ แถมยังพกipadอีก?"
แต่ก็เป็นเรื่องส่วนตัวเขาที่จะใช้2เครื่อง อันนึงไว้แชท อีกอันไว้โทรละมั้ง
ส่วนipadก็คงไว้ทำงานมั้ง
แต่ไม่มีเพียงแต่ผู้ชายคนนั้น น้องท่อไปเดินห้างๆหนึ่ง ขณะนั่งเล่นตามเก้าอี้ที่อยู่ในห้าง
มีชายเดินเข้ามา มานั่งข้างๆ ในมือทั้ง2ข้างของเขามีทั้งiphone และ BB
เขาแชทBBที จิ้มiphoneที โอ้ว แม่เจ้า โลกทำไมวุ่นวายอย่างนี้
มีเงินเหลือเฟือที่จะจ่ายค่าบริการทั้ง BB และ iphoneเลยรึ?
แค่ในกระเป๋ากางเกง มีทั้ง BB และ iphone แต่มีแค่...มาคั่นกลางเองรึ?(... คือร่างกายคะ เอ๊ะ! คิดอะไรกัน)


เพียงเท่าั้นี้ยังไม่พอ ใครเล่นfacebook twitter
คงเคยเห็นคำว่า "2ชั่วโมงที่แล้วผ่านทาง iPhone"
 หรือ "3ชั่วโมงที่แล้วผ่านทาง BlackBerry"
ยังไม่พอ อาจะเคยเห็น "สาวน้อย ไฮโซ อยู่ที่  Suvarnabhumi International Airport
4 นาทีที่แล้ว ผ่าน iPhone "
สมัยนี้อยากจะแชร์อะไรก็เพียงปลายนิ้ว "ถ่ายรูป แล้วอัพโหลด"
สมัยนี้อยากจะบอกคนอื่นว่าอยู่ที่ไหนก็ "check in"
ป่าวประกาศให้คนอื่นบอกคนอื่นว่า ฉันอยู่ที่นี่ ไม่ต้องโทรตามตัวให้เสียเวลา
ถ่ายทอดสดอย่างกะอยู่บ้านเอเอฟ 
สมัยนี้ไม่รู้จักทางไปไหนมาไหน แค่ปลายนิ้วสัมผัสก็ออกมาเป็น "google map"
บอกทั้งเส้นทาง ไปอย่างไร ใช้เวลาเท่าไหร่
สมัยนี้ถ้าอยากรู้อะไรก็เพียงปลายนิ้วสัมผัสอีกเช่นกัน เข้า "Google" เลย
สมัยนี้ "โลกแคบ เพราะมันอยู่แค่ปลายนิ้วเรา"


 
ความสัมพันธ์ที่ว่านี้ ก็คือ "ถ้ามี iphone ต้องมี BB" หรือ "ถ้ามี BB ต้องมี iphone"
และน้องท่อก็พบผลกระทบของความสัมพันธ์นี้คือ "มันทำให้โลกวุ่นวายเสียจริงๆ"
และยังทำให้น้องท่อค้นพบอีกว่า "เมื่อรู้คุณค่า ก็ใช้อย่างรู้คุณค่า"
 
(บทความนี้อาจเป็นความเรียงที่ยาวไปนิดนึง ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ)
 
 
อันนี้ขำๆนะคะ ถ่ายไว้เมื่อกินเลี้ยงสอบเสร็จ
รวมเอาโทรศัพท์ของเพื่อนๆในห้อง ให้ทายเครื่องไหนของหนู ^^
 
 
------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันนี้ของฝากนิดนึงนะคะ
คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสนอ

HARMONY FOR JAPAN
วันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2554 เวลา 19.30 น.
หอประชุมศรีบูรพา (หอประชุมเล็ก) 
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

การแสดงขับร้องประสานเสียงการกุศลเพื่อมอบรายได้ทั้งหมด (ไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ)
เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในประเทศญี่ปุ่น 500 บาท ทุกที่นั่ง 
(**เด็ก/นักเรียน/นักศึกษา 300 บาท**)
สนใจติดต่อซื้อบัตรได้ที่ 
คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู 02-2860503, 02-2874835
ร้านน้องท่าพระจันทร์ 02-2414421
ใครไปได้ อยากลืมไปช่วยกันนะค๊า